บทความที่ 41 : การโอนสิทธิเรียกร้อง

startup, meeting, brainstorming, business, teamwork, team, people, office, group, corporate, conference, colleagues, company, partnership, seminar, project, table, professionals, casual, partners, plan, sketch, notepad, coworkers, writing, coffee, laptop, computer, notes, working, meeting, meeting, meeting, business, business, business, business, business, teamwork, team, team, team, people, office, office, office, writing, computer, working

การโอนสิทธิเรียกร้อง

การโอนสิทธิเรียกร้อง คือ การโอนสิทธิความเป็นเจ้าหนี้ ส่วนการโอนหน้าที่หรือโอนความเป็นลูกหนี้นั้นโอนกันไม่ได้

การโอนหน้าที่ในความหมายที่จะให้คนใหม่เข้ามารับหน้าที่เป็นลูกหนี้แทนต่อไปนั้นจะทำได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 ในลักษณะแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งเจ้าหนี้จะต้องยินยอมทำสัญญารับเอาลูกหนี้คนใหม่มาเป็นลูกหนี้ โดยต้องเลิกความผูกพันกับลูกหนี้เดิมเสียก่อน ในทางนิตินัยแล้วการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนลูกหนี้ไม่ใช่การโอนหน้าที่เพราะมีการล้มเลิกหนี้สินความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนเก่าก่อนเท่ากับไม่มีอะไรเหลือที่จะโอนไปแล้ว เมื่อไม่มีอะไรเหลืออยู่ที่จะโอนไปยังคนใหม่จึงไม่ใช่การโอนหน้าที่

ปกติแล้วสิทธิเรียกร้องที่เป็นทรัพย์สิน สามารถโอนกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 “สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าจะพึงโอนกันได้ เว้นไว้แต่สภาพแห่งสิทธินั้นเองจะไม่เปิดช่องให้โอนกันได้” โดยสิทธิเรียกร้องที่โอนไม่ได้มีด้วยกัน 3 กรณี คือ

  1. สิทธิโดยสภาพไม่เปิดช่องให้มีการโอน เช่น สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมที่ถูกกระผิดทางอาญาทุรศีลธรรม
  2. คู่สัญญามีเจตนาห้ามโอนไว้ เช่น มีสัญญาระบุว่าห้ามโอน แต่อย่างไรก็ตามข้อนั้นจะยกเอาการแสดงเจตนานั้นยันกับบุดคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้
  3. สิทธิที่ยึดไม่ได้จะโอนไม่ได้ เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดู เงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ

การโอนสิทธิเรียกร้องจะต้องทำอย่างไร

ในกรณีที่สัญญาไม่มีข้อกำหนดห้ามโอนการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญานั้น เป็นการโอนหนี้ต้องพึงชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะเจาะจง จึงต้องทำเป็นหนังสือระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนแล้วแจ้ง หรือบอกกล่าวการโอนให้แก่ลูกหนี้ทราบ

ซึ่งการทำหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น จะทำให้ผู้โอนและผู้รับโอนได้สิทธิ ดังนี้

1. เมื่อทำหนังสือบอกกล่าวการโอนแล้วผู้โอนสามารถยกการโอนสิทธิกับลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้สำหรับลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกนั้น หากผู้โอนไม่มีคำบอกกล่าวหรือไม่มีคำยินยอมจากลูกหนี้เป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว เท่ากับไม่มีการโอนกันเลย ดังนั้น ในทางปฏิบัติมักจะใช้วิธีบอกกล่าวเป็นหนังสือ ซึ่งเมื่อบอกกล่าวไปแล้วเจ้าหนี้ของผู้โอนจะขออายัดหรือยึดถือสิทธิเรียกร้องนั้น ผู้รับโอนก็อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้

2. การทำหนังสือบอกกล่าวเป็นผลให้ลูกหนี้ต้องชำระหนี้ไปยังผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง

3. ถ้าไม่มีการทำหนังสือบอกกล่าว ผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิ หากเจ้าหนี้ไปโอนเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นซ้ำ แต่มีการบอกกล่าวก่อน ผู้รับโอนคนหลังจะมีสิทธิดีกว่า

หมายเหตุ : การโอนสิทธิเรียกร้องโดยบอกกล่าวไปยังลูกหนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องให้ลูกหนี้ยินยอม (คำพิพากษาฎีกาที่ 6507/2550)

“จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดตามสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันต่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ส. โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ส. มีต่อจำเลยทั้งสี่และได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังจำเลยทั้งสี่แล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้ไม่ว่าจำเลยทั้งสี่จะตกลงด้วยหรือไม่ก็ตาม”

Scroll to Top